6. ต้นข่อย

ข่อย เป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง ดอกมีสีเหลืองอ่อนหรือสีขาว ดอกออกเกือบทั้งปี ข่อยดูแลง่าย รดน้ำปานกลาง สามารถเจริญเติบโตได้ทุกสภาพอากาศ ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรค ทนแล้ง ทนฝน ทนแดดได้ดี นิยมปลูกเพื่อทำรั้ว หรือปลูกไว้เพื่อดัดปรับแต่งเป็นรูปต่าง ๆ คนไทยโบราณเชื่อว่า จะช่วยทำให้ผู้อาศัยเกิดความมั่นคง มีความแข็งแกร่ง อดทนได้ดีเยี่ยม ช่วยป้องกันศัตรูจากภายนอก ทำให้แคล้วคลาดจากอันตรายที่เกิดจากผู้ที่ไม่หวังดี

ขอบคุณที่มา nanagarden.com/tag/ต้นข่อยทำรั้ว

7. ต้นชาฮกเกี้ยน

ชาฮกเกี้ยน/ชาดัดใบมัน/Eukien tea
ชื่อวิทยาศาสตร์:
Carmona retusa (Vahl.) Masum
วงศ์: Boraginaceae
ประเภท: ไม้พุ่ม
ความสูง: 0.30-1 เมตร
ลำต้น: สีเขียวอมน้ำตาล พุ่มกว้าง 0.30-0.60 เมตร
ใบ: เดี่ยว รูปไข่กลับ ปลายหยัก 3 แฉก โคนใบสอบ ใบหนา สีเขียวเข้มเป็นมัน
ดอก: ขนาดเล็กสีขาว 5 กลีบ ออกดอกตลอดปี
ผล: กลม สีเหลือง

อัตราการเจริญเติบโต: ปานกลาง
ดิน: ดินร่วน
น้ำ: ปานกลาง ทนแล้งได้ดี แต่ไม่ทนน้ำท่วม
แสงแดด: รำไรถึงแดดจัด
ขยายพันธุ์: เพาะเมล็ด ปักชำกิ่งหรือตอนกิ่ง
การใช้งานและอื่นๆ: ระยะปลูก 15-30 เซนติเมตร หรือ 16 ต้น/ตารางเมตร ตัดแต่งทรงพุ่มเป็นรั้วบ้านได้ดี เพราะไม่ทิ้งใบโคนต้น โตเร็วกว่าชาปัตตาเวีย ออกดอกคล้ายกัน นิยมปลูกเป็นไม้ตัดแต่งหรือปลูกเป็นแปลงใหญ่ในสวนหย่อม เพื่อให้มีสีเขียวตัดกับสีไม้ดอกชนิดต่างๆ

ขอบคุณที่มา baanlaesuan.com/plants/annual/136315.html

8. ต้นคริสติน่า     

ความเชื่อเกี่ยวกับไม้มงคล

นอกจากสีสันของใบอ่อนที่สวยงามจนทำให้ต้นคริสติน่าได้รับความนิยมในแง่ของไม้ประดับแล้ว ยังมีความเชื่อว่าไม้ชนิดนี้มีสรรพคุณในการเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับผู้ปลูกอีกด้วย แต่เดิมจะนิยมนำยอดอ่อนไปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จึงมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกขานกันคือ “ต้นพุทธบูชา” เชื่อว่าเป็นพันธุ์ไม้ที่มีความบริสุทธิ์ หากปลูกไว้ในเขตรั้วบ้านจะช่วยให้คนในบ้านมีจิตใจที่สงบ ลดอารมณ์ที่ขุ่นมัวระหว่างวันลงได้ และถ้าปลูกไว้ในมุมที่สามารถมองเห็นได้จากห้องทำงาน ก็จะช่วยให้เกิดสมาธิพร้อมกับสร้างงานที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้น

ตำแหน่งที่เหมาะสมแก่การปลูกภายในบริเวณบ้าน

ด้วยลักษณะการเติบโตของต้นคริสติน่าจะมีทรงพุ่มที่พุ่งขึ้นด้านบน ขนาดพุ่มใบไม่กว้างมาก จึงเหมาะจะเป็นต้นไม้ริมรั้วเช่นเดียวกับต้นโมกและต้นสน ระบบรากก็ไม่ใหญ่และไม่ขยายออกทางด้านข้าง สามารถปลูกใกล้ชิดสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ได้เลย แต่จะต้องเว้นพื้นที่โดยรอบเพื่อให้เข้าไปดูแลพุ่มใบได้เล็กน้อย สิ่งสำคัญคือจะต้องปลูกในตำแหน่งที่ได้รับแดดปานกลาง ควรเป็นทิศตะวันออกหรือทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวบ้าน 

ส่วนประกอบของต้นคริสติน่า

ลักษณะของลำต้น

ต้นคริสติน่าเป็นไม้พุ่มที่ไม่สูงมากนัก ลำต้นจึงไม่ใหญ่ ผิวนอกเรียบเกลี้ยงสีน้ำตาลอ่อน แล้วแตกเป็นกิ่งก้านสีเขียวเข้ม เมื่อส่วนของลำต้นแก่แล้วก็จะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม

ใบ

รูปทรงของใบเป็นแบบเรียวยาว ปลายใบเรียวแหลม เนื้อใบบาง ผิวใบเป็นมันเงา เมื่อเป็นใบอ่อนจะมีสีแดงอมส้ม แต่เมื่อแก่แล้วก็จะมีสีเขียวสด

ดอก

ดอกออกรวมกันเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ดอกตูมจะเป็นทรงกลมขนาดเล็กสีขาวนวล พอบานแล้วจะเป็นเส้นบางหลายๆ เส้น โทนสีต่างกันไปตามสายพันธุ์ กึ่งกลางเป็นสีแดงและมีฐานดอกเป็นทรงกรวย

ผล

ผลเป็นทรงกลมป้าน เนื้อฉ่ำน้ำและมีผิวนอกเกลี้ยงเกลา ลักษณะคล้ายกับผลบลูเบอร์รี่ ผิวสีดำอมน้ำเงิน ออกรวมกันเป็นช่อเล็กๆ ในช่อหนึ่งจะมีผลไม่มาก ประมาณ 5-10 ผล

สายพันธุ์ยอดนิยม

ข้อดีของต้นคริสติน่าคือมีความแข็งแรงทนทาน ไม่ต้องบำรุงรักษาอะไรมากก็สามารถเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ โดยสายพันธุ์ที่ปลูกได้ดีในบ้านเราจะมีอยู่ประมาณ 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์คลาสสิคที่เป็นรุ่นยอดนิยม สายพันธุ์นี้เราจะเห็นได้บ่อยที่สุด จุดเด่นคือมียอดอ่อนสีส้มแดงชัดเจนตัดกับใบแก่ที่มีสีเขียวจัด สายพันธุ์พัฒนาที่ทำให้ยอดใบมีโทนสีเข้มขึ้น จากแดงอมส้มกลายเป็นแดงเข้มแบบไวน์แดง สายพันธุ์แคระคือทำให้เหมือนต้นยอดนิยมแต่มีขนาดเล็ก สุดท้ายเป็นพันธุ์ชมพู่แคระ คือผลจะเปลี่ยนจากสีดำอมน้ำเงินเป็นสีแดงลูกเล็กๆ 

วิธีการปลูกต้นคริสติน่าให้เจริญงอกงาม

เราสามารถขยายพันธุ์ต้นคริสติน่าได้หลายวิธี แต่ที่นิยมกันจะเป็นการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง โดยนำเมล็ดที่แก่จัดมาแช่น้ำจนเนื้อเปื่อยยุ่ยไปทั้งหมด แต่ละผลจะได้เมล็ดมา 1-2 เมล็ด ให้นำไปเพาะในถุงเพาะที่มีดินร่วมผสมกับปุ๋ยคอกและขุยมะพร้าว รอจนกว่าจะงอกขึ้นมาและมีลำต้นแข็งแรง ค่อยนำไปลงดินปลูกในตำแหน่งที่ต้องการ หรือถ้าเป็นการปักชำก็ให้เลือกกิ่งที่ค่อนข้างสมบูรณ์และแก่จัด ตัดใบออกให้เหลือตรงยอดแค่ 2-3 ใบก็พอ เพื่อลดปริมาณการคายน้ำให้น้อยลง นำกิ่งปักแนวเฉียงลงในดินร่วน รอจนรากงอกแล้วให้แยกต้นออกมาปลูกเดี่ยวๆ วางไว้ในพื้นที่แดดรำไรจนกว่าต้นจะแข็งแรง สังเกตจากพุ่มใบเป็นหลัก เมื่อมีพุ่มใบหนาพอก็นำลงดินตามจุดที่ต้องการได้เลย

ขอบคุณที่มา kaset.today/พันธุ์ไม้/ต้นคริสติน่า/

9. ต้นไผ่       

การปลูกต้นไม้ในสวน หรือรอบ ๆ บริเวณบ้านดูเป็นเรื่องดี ๆ ที่ไม่น่าจะมีกฎหรือข้อห้ามอะไรที่ต้องระวัง แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ต้องดูลักษณะของต้นไม้ที่จะนำมาปลูกในบ้านบ้าง เผลอ ๆ บางคนอาจจะคำนึงไปถึงเรื่องฮวงจุ้ย และความเป็นสิริมงคลด้วย ทำให้ต้องใส่ใจคัดเลือกต้นไม้มาปลูกอย่างพิถีพิถันไม่น้อยเลยทีเดียว อย่าง “ต้นไผ่” ที่ใครหลายคนกำลังคิดจะปลูกกันอยู่ ก็คงต้องลองไตร่ตรองให้ดีอีกที เพราะเหตุผลต่อไปนี้ที่คอยคัดค้านว่า การปลูกต้นไผ่ในบ้านไม่ใช่เรื่องที่น่าทำเท่าไรนักนะจ๊ะ

1. อาจเติบโตเลยขอบเขตของบ้าน

          เหตุผลแรก ๆ ที่คนอยากจะปลูกต้นไผ่ก็เพื่อจะทำเป็นรั้ว ต้นไม้ กลาย ๆ และการมีรั้วบ้านเป็นต้นไผ่ก็สวยงามคลาสสิกอยู่ไม่น้อย แต่เหตุผลที่ไม่ควรจะปลูกต้นไผ่เป็นรั้วก็เด็ดขาดอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เนื่องจากต้นไผ่เป็นไม้ที่โตเร็วมาก แถมยังแผ่กิ่งก้านสาขาได้กว้างไกล จนอาจจะเลยขอบเขตของบ้านไประรานพื้นที่ข้างบ้านได้ง่าย ๆ ยิ่งถ้าได้ปลูกต้นไผ่ในบริเวณที่มีน้ำและความชื้นพอดี ๆ ก็จะยิ่งทำให้ต้นไผ่เติบโตเร็วยิ่งขึ้นไปอีก จนอาจจะทำให้รั้วบ้านของคุณดูรกรุงรัง ที่สำคัญต้นไผ่ใบไผ่ที่ตกไปอยู่ในเขตของเพื่อนบ้าน อาจเป็นสาเหตุของการทะเลาะเบาะแว้งได้ด้วยนะ

2. ก่อให้เกิดปัญหาในระบบนิเวศ

          ต้นไผ่เติบโตเร็ว ก็เลยมีโอกาสที่พืชชนิดอื่น ๆ ที่เราไม่ต้องการปลูกมาแอบอาศัยอยู่ได้ง่าย ๆ และก็เป็นสาเหตุของการเกิดวัชพืชอีกหลายชนิด รวมทั้งการที่กิ่งก้านของต้นไผ่ยื่นออกไปด้านนอก ก็ยังเปิดโอกาสให้เกิดความหลากหลายของพืชอีกมากมาย จนในที่สุดก็จะกลายเป็นดงต้นไม้ที่ดูยุ่งเหยิงไม่สวยงาม และผู้เชี่ยวชาญก็บอกว่า การป้องกันต้นไผ่ยื่นออกไปใช้ต้นทุนค่อนข้างสูง มีวิธีการที่ซับซ้อน และไม่คุ้มค่ากับการลงทุนเท่าไร เพราะต้องล้อมบริเวณด้วยพลาสติกโพลิโพรพิลีน (Polypropylene) หรือไม่ก็ต้องสร้างกำแพงสูง ๆ เอาไว้กันกิ่งไผ่ยื่นออกนอกอาณาเขตไป

3. ถอนยาก

          ปลูกต้นไผ่อาจจะเป็นเรื่องง่าย ต้นไผ่เองก็โตเร็วทันใจ แต่วันไหนที่ไม่ต้องการมีต้นไผ่ไว้ในบ้านแล้ว คราวนี้ก็น่าจะลำบาก เพราะต้นไผ่มีความทนทานมาก ขุดถอนรากถอนโคนก็ไม่ค่อยจะยอมหลุดออกไปง่าย ๆ ถอนไปแล้วไม่นานก็โตขึ้นมาอีกเรื่อย ๆ ต้องหมั่นถอนกันบ่อย ๆ หนำซ้ำต้นหญ้า และใบไผ่ก็ค่อนข้างเยอะด้วย กว่าจะเก็บจะกวาดให้เกลี้ยงก็ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เลยนะ

4. ต้องใช้สารเคมีกำจัดต้นไผ่

          สำหรับใครที่ต้องการปลูกต้นไม้ด้วยวิธีออร์แกนิก และไม่อยากจะใช้สารเคมีในสวนเลยแม้แต่น้อยก็อาจจะล้มเลิกความคิดจะปลูกต้นไผ่ด้วยเหตุผลในข้อนี้เลยทีเดียว เพราะอย่างที่บอกกันไปว่าการกำจัดต้นไผ่ให้สิ้นซากเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าอยากจะให้ง่ายขึ้นก็ต้องใช้ยาฆ่าแมลงกำจัดถึงจะอยู่หมัด และต้องใช้ในปริมาณมากด้วย แบบนี้แนวทางการทำสวนแบบออร์แกนิกจะมีมลทินกันก็คราวนี้ล่ะ

5. ต้นไผ่มีหลายชนิดจนอาจจะสับสน

          พันธุ์ต้นไผ่มีอยู่มากกว่า 1,000 ชนิด ซึ่งหากจะปลูกจริง ๆ ก็ควรจะเลือกพันธุ์ที่เป็นไผ่พุ่ม มากกว่าไผ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขา อีกทั้งไม่ควรจะเลือกปลูกไม้ไผ่ผลัดใบด้วย ซึ่งความหลากหลายของสายพันธุ์ไผ่แบบนี้ก็อาจจะทำให้เราเลือกไม่ถูก เสี่ยงต่อการปลูกไผ่ผิดชนิด หรือไม่ตรงกับความต้องการ จนทำให้การปลูกต้นไผ่ของคุณกลายเป็นความผิดพลาดที่แก้ไขยาก เพราะกว่าจะรู้ตัวว่าปลูกไผ่ผิดชนิด ก็ต้องรอจนต้นไผ่โตพอสมควร คราวนี้ถ้าอยากจะถอนต้นไผ่ทิ้งก็ลำบากแล้ว

ถึงต้นไผ่จะเป็นพืชที่ไม่ควรปลูกในสวนที่บ้าน แต่ก็ยังมีต้นไม้ให้เลือกปลูกประดับสวนและบ้านอีกมากมาย ฉะนั้นอกหักจากต้นไผ่แล้วก็ไม่ต้องเสียใจไป ลองมองหาต้นไม้ชนิดอื่นที่สวยงามต้นอื่นก็ได้เนอะ

ขอบคุณที่มา home.kapook.com/view72338.html

10. ต้นอโศกอินเดีย

ชื่อต้นไม้ : อโศกอินเดีย ชื่อสามัญ :Asoke tree ชื่อวิทยาศาสตร์ :Polyalthia longifolia (Benth.) Hook. f. var. pandurata ชื่อวงศ์ :ANNONACEAE ชื่ออื่น :โสกอินเดีย อโศกเซนต์คาเบรียล ลักษณะทั่วไป :

ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ สูง 10-20 ม. ขนาดทรงพุ่ม 1-2 ม.ไม่ผลัดใบรูปทรงแคบสูง รูปพีระมิด กิ่งก้านลู่ลง เปลือกต้นสีน้ำตาล มีขีดแคบยาวและรอยด่างสีขาวทั่วทั้งลำต้น
ใบ ใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปใบหอกแคบ กว้าง 3-5 ซม. ยาว 15-25ซม. ปลายใบแหลม โคนใบสอบขอบใบเป็นคลื่นแผ่นใบบางแต่ค่อนข้างเหนียว สีเขียวเข้มเรียบเป็นมัน ก้านใบยาว 0.5-1 ซม.
ดอก สีเขียวอ่อน มีกลิ่นหอม ออกเป็นช่อแบบช่อกระจุกที่กิ่งแก่ ช่อดอกห้อย ดอกย่อยขนาดเล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 3-3.5 ซม. ก้านดอกยาว 2-3 ซม. กลีบเลี้ยง 3 กลีบ รูปสามเหลี่ยม กลีบดอก 6 กลีบ รูปใบหอก ปลายแหลมบิดโค้ง ขอบเป็นคลื่น กลีบเรียงสลับกัน 2 ชั้น กลีบชั้นนอกแคบและสั้นกว่าเล็กน้อย เกสรเพศผู้จำนวนมาก ออกดอก เดือน ม.ค.-มี.ค.
ผล ผลสดแบบผลกลุ่ม รูปไข่กลับ กว้าง 1.5-2 ซม. ยาว 2-2.5 ซม. สีเขียว เรียงอยู่บนแกนตุ้มกลม 5-12 ผล เมื่อสุกสีดำ เมล็ดมีเนื้อเยื่อห่อหุ้มบางๆ เมล็ดสีน้ำตาลอ่อน 1 เมล็ดต่อผล ติดผลเดือนก.พ.-มิ.ย. การกระจายพันธุ์ :ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ประโยชน์ :ดอกมีกลิ่นอ่อน ปลูกเป็นไม้ประดับและเป็นร่มเงา เหมาะที่จะปลูกในพื้นที่แคบ ช่วยบังลม บังสายตาหรือปลูกเป็น แนวขอบเขตพื้นที่ ควบคุมความสูงได้ตามต้องการด้วยการตัดยอด อ้างอิง :https://www.thaikasetsart.com/%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2/

ขอบคุณที่มา buildings.oop.cmu.ac.th/plant/index.php?op=plants&do=treedetail&treeid=258

ดูเว็บเรา


ขอบคุณที่มา วิกิพีเดีย https://home.kapook.com/view163870.html